คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี 12 คอลลาเจนที่ดีที่สุด บำรุงผิว ชะลอแก่ หาซื้อได้ง่าย

แนะนำ 12 คอลลาเจนที่ดีที่สุด บำรุงผิว ชะลอแก่ หาซื้อได้ง่าย

คอลลาเจนที่ดีที่สุด – ผิวพรรณที่มีริ้วรอย หย่อนคล้อยหรือแห้งกร้าน ปัญหาผิวเหล่านี้เกิดจากการมี “คอลลาเจน” ไม่เพียงพอ หลายๆ คนจึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวเป็นอย่างดี เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ ด้าน ทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นการที่ทำร้ายผิว ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน ดังนั้น การกิน “อาหารเสริมคอลลาเจน” จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยของหลายๆ คน เราได้ทำการรวบรวม 12 อันดับยี่ห้อคอลลาเจนที่ดีที่สุด มาให้คุณได้เปรียบเทียบดูว่า คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์การช่วยเติมความอ่อนเยาว์กลับมาสู่ผิว ฟื้นฟูจากภายในให้สวยสุขภาพดี 

คอลลาเจนช่วยอะไรบ้าง?

แม้ว่าร่างกายของคนเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เองอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายจะเสื่อมถอยลง ซึ่งรวมไปถึงร่างกายของเราก็ไม่สามารถผลิตคอลลาเจนได้เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งคอลลาเจนในผิวและคอลลาเจนในกระดูก จะเริ่มลดน้อยถอยลงไป ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรมตามวัยที่ร่วงโรย แล้วใครบ้างล่ะ? ที่ไม่อยากคงความอ่อนเยาว์ไว้ให้นานที่สุด 

 

ดังนั้น การเสริมคอลลาเจนให้กลับมาจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนมีประโยชน์กับการคงความอ่อนเยาว์ของร่างกายในหลายด้านๆ ทั้งเรื่องของการช่วยให้ผิวหนังเนียนใส คงความเต่งตึง กระชับและยืดหยุ่น ทั้งเสริมสร้างกล้ามเนื้อบำรุงข้อต่อและกระดูก อีกทั้งบำรุงเส้นผม หนังศีรษะ และเล็บให้แข็งแรง รวมถึงบำรุงเหงือกและฟันด้วย

12 คอลลาเจน ที่คนผิวดีการันตี ว่าต้องใช้ซ้ำ

  1. Ubereen Collagen

Ubereen Collagen มาเติมคอลลาเจนที่ดีที่สุดให้ร่างกายด้วยคอลลาเจนจากประเทศอิตาลี  นำเข้าและบรรจุในประเทศไทย รวมคุณค่าของสารสกัดทั้ง Vitamin C , Gluta , Q10 และสารสกัดจากเปลือกสน  ดูแลสุขภาพได้จากภายใน เห็นผลทั้งเรื่องของผิวพรรณและกระดูก  

Ubereen-Collagen
ประเภท คอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจน Dipeptide
ปริมาณรับประทาน วันละ 1-2 ช้อนตวง
จำนวนรับประทาน ทานได้ 10-20 ครั้ง
 
  1. H Collagen

H Collagen Tripeptide by Amado ของเชน ธนา ที่เน้นบำรุงผิวดีที่สุด เป็นคอลลาเจนไตรเปปไทด์ใหม่ล่าสุดนำเข้าเกาหลี อีกทั้งมี SOD จากเมล่อนฝรั่งเศสและ Vitamin C จึงบำรุงฟื้นฟูผิวพรรณให้กระจ่างใส ทั้งยังบำรุงเล็บ เส้นผม

H-Collagen
ประเภท คอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจน Tripeptide
ปริมาณรับประทาน วันละ 1-2 ช้อนตวง
จำนวนรับประทาน ทานได้  10-22 ครั้ง
  1. Colligi Collagen

คอลลิจิ คอลลาเจน เป็นคอลลาเจนกระป๋องทองที่มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของผิวพรรณ รอยสิวกระ ฝ้า หรือแม้แต่ปัญหาข้อเข่าซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูในเรื่องของสุขภาพหรืออยากคงสภาพผิวพรรณให้แลดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา 

Colligi-Collagen
ประเภท คอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจน Tripeptide
ปริมาณรับประทาน วันละ 1-2 ช้อนตวง
จำนวนรับประทาน ทานได้  11-22 วัน
  1. Jacenta ชิฮาดะจาเซนต้า 

Shihada Jacenta ชิฮาดะ จาเซนต้า กลูต้าที่ช่วยดูแลผิวพรรณอย่างครบวงจร GLUTA ปรับผิวขาวชนิดเม็ด สูตรเข้มข้นที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่น เป็นกลูต้าแท้บริสุทธิ์ 100% มาในสูตรดั้งเดิมแบบ ORIGINAL ที่มีสารตั้งต้นของกลูต้าไธโอนมากกว่ากลูต้าทั่วไปถึง 10 เท่า คืนความกระชับและความเต่งตึงให้แก่ผิว ผิวขาวแบบเร่งด่วน ในระยะยาวแบบปลอดภัย

Jacenta ชิฮาดะ จาเซ็นต้า คอลลาเจน
ประเภทกลูต้าชนิดเม็ด
ชนิดคอลลาเจน
ปริมาณรับประทานวันละ 1 แคปซูล
จำนวนรับประทานทานได้ 30 วัน
  1. SAKANA Collagen

Sakana Collagen X10 แบรนด์โรสโกล์ด เป็นซอฟเจลคอลลาเจน กินง่ายมาก ไม่ต้องลำบากชง เหมือนรูปแบบเก่า ๆ ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น 100% มีสารสกัดเข้มข้นหลักมากถึง 10 ชนิด เช่น เซราไมด์เข้มข้น สกัดจากข้าว และ SOD Super Oxide Dismutase ช่วยด้านสารอนุมูลอิสระมากกว่า SOD ธรรมดาถึง 100 เท่า ซึ่งแบรนด์โรสโกลด์ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย

SAKANA Collagen
ประเภทคอลลาเจนชนิดซอฟต์เจล
ชนิดคอลลาเจนDipeptide
ปริมาณรับประทานวันละ 1-2 เม็ด
จำนวนรับประทานทานได้ 7-14 วัน
  1. สก๊อต คอลลาเจน พลัส

SCOTCH Collagen Plus สก๊อต คอลลาเจน พลัส คอลลาเจนผงนวัตกรรมใหม่ เพราะคอลลาเจนตัวนี้ของสก๊อตมีโมเลกุลขนาดเล็กมาก ยิ่งเล็กยิ่งดูดซึมได้ดีและเร็วกว่า (คอลลาเจนเปปไทด์ + คอลลาเจนไดเปปไทด์ 5,000 มก.) ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล พร้อมรวมสารอาหารเพื่อผิวพรรณไว้อีก 3 ชนิด นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีสารสกัดจากซีบัคธอร์น และวิตามินซี 60 มิลลิกรัม

สก๊อต-คอลลาเจน-พลัส
ประเภทคอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจนDipeptide + Peptide
ปริมาณรับประทานวันละ 1 ช้อนตวง
จำนวนรับประทานทานได้ 30 วัน
  1. TRUVIVITY

TRUVIVITY เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวใหม่จาก Nutrilite ที่มีส่วนประกอบสำคัญสำหรับการสร้างคอลลาเจนในร่างกายขึ้นมาใหม่ โดยสารสกัดส่วนใหญ่จะมีข้าวสาลีเป็นส่วนประกอบ เช่น สฟิงโกลิพิด, ไดกาแลคโตซิลไดกลีเซอไรด์, กลูโคซิลเซราไมด์, ผงแครนเบอร์รี และวิตามินซีจากผงอะเซโรลา เชอร์รี

TRUVIVITY
ประเภทคอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจนCollagen Peptide
ปริมาณรับประทานทานวันละ 1 ซอง
จำนวนรับประทานทานได้ 30 วัน
  1. Meiji Amino Collagen Premium

คอลลาเจนที่ขายดีอันดับ 1 ในญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น เมจิ อะมิโน คอลลาเจน พรีเมี่ยม (Meiji Amino Collagen Premium) ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่มีสารสกัดอย่างจมูกข้าว อาร์จินีน และวิตามินซี แถมยังผสานไปด้วยโคคิวแทนทำให้สุขภาพผิวแข็งแรง เต่งตึง และช่วยคงความอ่อนเยาว์ไว้ให้ผิวของคุณ

Meiji Amino Collagen Premium
ประเภท คอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจน Collagen Peptide
ปริมาณรับประทาน วันละ 1 ช้อนตวง
จำนวนรับประทาน ทานได้ 30 วัน
  1. Neocell Super Collagen +C

Neocell Super Collagen +C คอลลาเจนระดับฟู้ดเกรด (food grade) ผ่านการไฮโดรไลซ์ (hydrolyze) จนได้คอลลาเจนที่มีขนาดโมเลกุลเล็กลงที่ดูดซึมง่าย ช่วยให้ผิวดูอ่อนวัย เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เริ่มต้นความงามในทุกๆ เช้า ด้วยการปรนนิบัติผิวด้วยคอลลาเจน สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีกันเถอะ

Neocell Super Collagen +C
ประเภทคอลลาเจนชนิดเม็ด
ชนิดคอลลาเจนCollagen Peptide
ปริมาณรับประทานทานวันละ 6 เม็ด
จำนวนรับประทานทานได้ 60 ครั้ง
  1. Collakenko

Collakenko คอลลาเจนหนูแหม่ม เสริมแคลเซียม ประกอบไปด้วยส่วนผสมหลัก ได้แก่คอลลาเจนชนิดที่ 2 ที่ช่วยเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ , Calcium L-Threonate และ Rosehip Extract จึงดีที่สุดสำหรับข้อเข่าและกระดูก เป็นคอลลาเจนหนึ่งเดียวที่หนูแหม่มเลือก ลดอาการปวดเข่าได้ผลจริง

Collakenko
ประเภทคอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจนCollagen Peptide
ปริมาณรับประทานทานวันละ 1 ซอง
จำนวนรับประทานทานได้ 28 วัน
  1. CollaJoy by Dr.awie

CollaJoy by Dr.awie คอลลาเจนกระปุกสีทอง ช่วยเรื่องกระดูก-ข้อเข่า คิดค้นสูตรโดยหมอผึ้งพญ.อวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงามโดยเฉพาะ คอลลาเจนสูตรหมอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ข้อเข่า ข้อต่อ ปวดข้อ ปวดเข่า ปัญหาข้อต่อ ข้อเข่าอักเสบรูมาตอยด์ หรือ บาดเจ็บจากการออกกำลังกายโดยเฉพาะ

CollaJoy by Dr.awie
ประเภทคอลลาเจนชนิดแคปซูล
ชนิดคอลลาเจนDipeptide
ปริมาณรับประทานวันละ 1 แคปซูล
จำนวนรับประทานทานได้ 30 วัน
  1. CJY COLLAGEN

บริษัทโอชายะ กรุ๊ป จำกัด ได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอย่าง CJY Collagen ซึ่งเป็นคอลลาเจนแท้ 100% ที่ช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวเรียบเนียนและนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยสารสกัดของคอลลาเจนนั้นจะมาจากเกร็ดปลา ไม่ผสมสารให้ความหวานใด ๆ ทั้งสิ้น และยังเป็นคอลลาเจนที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี

CJY COLLAGEN
ประเภทคอลลาเจนชนิดผง
ชนิดคอลลาเจนCollagen Peptide
ปริมาณรับประทานทานวันละ 1 ซอง
จำนวนรับประทานทานได้ 15 วัน

อายุเท่าไหร่ถึงกินคอลลาเจนได้?

‘คอลลาเจน’ เป็นโปรตีนที่มีอยู่ในร่ายกายของเราทุกคน แต่คุณรู้ไหมว่าเมื่ออายุเริ่มเข้าสู่วัยเลข 2 ขึ้นไปแล้วร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ยิ่งอยู่ในช่วงวัยที่ต้องเผชิญกับสภาวะล้อมแวดต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ควัน แสงแดด ความเครียด การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการสูบบุหรี่ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายสูญเสียคอลลาเจนเร็วขึ้นได้

 

คุณอาจจะเห็นได้ว่าทำไมเด็ก ๆ ที่อายุน้อยหรือยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นผิวพรรณถึงเต่งตึงและไม่เหี่ยวย่น นั่นก็เพราะว่าเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-20 ปี ร่างกายจะยังสามารถผลิตคอลลาเจนออกมาเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัย 25 ปีไปขึ้น ความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของร่างกายก็จะลดลงถึง 1.5% ต่อปี ซึ่งความน่ากลัวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อคุณเริ่มเข้าสู่ช่วงวัย 40 ปี ความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของร่างกายจะลดลงถึง 30% เลยทีเดียว หากคุณไม่มีการเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายเลย ก็อาจทำให้ผิวพรรณเริ่มเหยี่ยวย่น ไม่เต่งตึง มีริ้วรอย และรวมไปถึงปัญหาสุขภาพด้านกระดูกและบริเวณข้อต่อในร่างกายอีกด้วย

 

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณควรเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ถือว่าเป็นช่วงวัยกำลังดีสำหรับการเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายของเรา ซึ่งหากร่างกายของคุณมีการเติมเต็มคอลลาเจนในส่วนที่ขาดหายไป จะส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

 ช่วยทำให้หนังกำพร้าเก็บกักน้ำได้มากขึ้น ทำให้ผิวชุ่มชื้น
 

  •  ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นผิวหนัง
  •  มีส่วนช่วยปกป้องผิวหนังจากการถูกทำลายด้วยแสงแดด
  •  ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส
  •  ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม น่าสัมผัส
  •  ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวทำให้ผิวพรรณเต่งตึงกระชับ
  •  ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกและข้อต่อ

การเลือกกินอาหารเสริมคอลลาเจนถือว่าเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนที่ร่างกายสูญเสียไปได้ ซึ่งคอลลาเจนแต่ละแบรนด์นั้นก็ได้จัดเต็มส่วนประกอบและสารสกัดที่มีคุณสมบัติต่างแตกกันไป ดังนั้นแล้วผู้บริโภคอย่างเราควรศึกษาข้อมูลให้ดีว่าคอลลาเจนรูปแบบไหนที่เหมาะสมต่อความต้องการของเราและอย่าลืมหลีกเลี่ยงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะทำให้ร่างกายสามารถสูญเสียคอลลาเจนเร็วขึ้นได้ เพราะคอลลาเจนมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

 

อ้างอิง : Dr. Arpita DevaniI, (2020), WHAT AGE SHOULD I START TAKING COLLAGEN SUPPLEMENTS? https://iconicskinclinic.com/what-age-start-taking-collagen-supplements/

 

โรคอะไรห้ามรับประทานคอลลาเจน

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว การเลือกรับประทานอาหารเสริมทุกชนิดเป็นสิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนการเลือกซื้อทุกครั้ง รวมไปถึง “ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน” ก็เช่นกัน ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าคอลลาเจนมีคุณประโยชน์มากมายทั้งช่วยในเรื่องของผิวพรรณและกระดูกอ่อน แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางคนที่มีโรคประจำตัวแต่ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจนในส่วนที่สูญเสียไป เรามาดูกันว่าโรคที่คุณเป็นอยู่สามารถรับประทานคอลลาเจนได้ไหม? และโรคประจำตัวอะไรบ้างที่ห้ามรับประทานคอลลาเจน

  1.  โรคไต 

อย่างที่เรารู้กันว่า ‘ไต’ ทำหน้าที่ขับของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกาย หากคุณเป็นโรคไตอยู่แล้วการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนและรวมไปถึงอาหารเสริมทุกชนิด อาจส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งหากคุณกินการอาหารเสริมติดต่อกันนานเกินไปก็อาจะส่งผลทำให้เกิดภาวะไตวายได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ที่มีโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนการรักษาทางการแพทย์จะดีที่สุด

  1.  โรคแพ้อาหารทะเล

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนแต่ละแบรนด์จะมีสารสกัดที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่จะมีสารสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกซึ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวแพ้อาหารทะเลควรอ่านฉลากเพื่อตรวจสอบสารสกัดให้ดีก่อนรับประทาน เพราะหากเผลอรับประทานเข้าไปแล้วอาจก่อให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย แน่นหน้าอก หรืออาเจียนได้

  1.  โรคแพ้โปรตีน 

คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายของเรา ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนเพื่อเติมเต็มในส่วนที่หายไปก็เป็นการเติมโปรตีนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้คอลลาเจนจึงมีส่วนประกอบจากโปรตีนเป็นหลัก ซึ่งผู้ที่แพ้โปรตีนควรหลีกเลี่ยงการรับประทานคอลลาเจนเพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วโรคแพ้โปรตีนมักจะเกิดในวัยเด็กเล็ก แต่หากคุณรัประทานคอลลาเจนแล้วมีอาการอืดแน่นท้องจากก๊าซ ผายลมบ่อย มีเสียงลมในท้อง ปวดท้องแถวสะดือ คลื่นไส้อาเจียน หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำอาจสันนิษฐานได้ว่าคุณเป็นโรคโปรตีน

สรุป

แน่นอนว่าอาหารเสริมทุกประเภทนั้นมีคุณประโยชน์แต่ก็มีโทษเช่นกัน หากคุณใช้อย่างไม่ระมัดระวัง และยิ่งคุณมีโรคประจำทั้ง 3 โรคที่ได้กล่าวไปคือ โรคไต โรคแพ้อาหารทะเล และโรคแพ้โปรตีน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนไปก่อน แต่ไม่ใช่แค่เพียงอาหารเสริมคอลลาเจนเท่านั้น การรับประทานอาหารเสริมทุกประเภทจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อผู้บริโภคใช้อาหารเสริมตัวนั้นอย่างถูกวิธีในปริมาณที่ถูกต้องและเหมาะสม หากคุณจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเสมอ

 

 

อ้างอิง : Beauty-Worthen. ไม่เอาไม่ดี ห้ามเด็ดขาด! ข้อห้ามการกินคอลลาเจน https://beauty-worthen.com/229

 

กินคอลลาเจนแล้วอ้วนไหม?

ความอ้วนถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสาว ๆ เลยก็ว่าได้ บางครั้งสาว ๆ หลายคนที่ได้ยินสรรพคุณของคอลลาเจนมามากมายแล้วอยากกินแต่ก็ชั่งใจเพราะกลัวอ้วน หรือบางคนอาจจะกินคอลลาเจนอยู่แล้วรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นที่คอลลาเจนหรือว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรากันแน่ วันนี้เราจะมาดูกันว่ากินคอลลาเจนแล้วจะอ้วนไหม? คอลลาเจนทำให้อ้วน จริงหรือ?

 

คอลลาเจนส่วนใหญ่มีสารสกัดจากปลาทะเลและเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ผู้คนมักเลือกใช้เป็นตัวช่วยเติมเต็มคอลลาเจนในร่างกายที่สลายหายไป โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของคอลลาเจนเลยก็คือช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ทำให้ผิวเต่งตึงและไม่หย่อนคล้อย เพราะคอลลาเจนเป็นเส้นใยที่ช่วยพยุงและยึดเหนี่ยวโครงสร้างในส่วนต่าง ๆ ไว้ให้คงอยู่ในรูปเดิมได้ รวมไปถึงการช่วยพยุงตามเอ็นข้อเข่าในร่างกายของเราด้วย

 

 

การทำงานของคอลลาเจนก็คือจะไปสร้างมวลกล้ามเนื้อให้มีความแน่นและตึงกระชับมากขึ้น ซึ่งกล้ามเนื้อในส่วนนี้เองที่อาจเป็นสาเหตุของการทำให้น้ำหนักตัวของคุณเพิ่มขึ้นได้ แต่! การที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะอ้วนขึ้นนะคะ เพราะว่าหากเทียบกล้ามเนื้อกับไขมันที่อยู่ในร่างกายของเราขณะที่มีน้ำหนักเท่ากันไขมันจะมีลักษณะเหมือนฟองน้ำที่ใหญ่และเบาแต่กล้ามเนื้อจะมีขนาดที่เล็กกว่าไขมันมาก หากร่างกายของคุณมีกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันน้ำหนักของคุณอาจจะเพิ่มขึ้นแต่สัดส่วนของคุณจะไม่ได้เพิ่มขึ้นตามแน่นอน

 

 

ในทางกลับกันหากคุณทานคอลลาเจนแล้วพบว่าอ้วนนั้น อาจมีสาเหตุมาจากการกินคอลลาเจนที่ไม่ได้คุณภาพและแต่งเติมสารให้ความหวาน น้ำตาล หรือแป้งเข้าไปด้วยเพื่อช่วยให้มีรสชาติที่หวานและทานง่าย ซึ่งส่วนผสมเหล่านั้นเองเป็นตัวการที่ทำให้คุณอ้วน ทางที่ดีคุณควรเลือกซื้อคอลลาเจนแท้หรือคอลลาเจนบริสุทธิ์มารับประทาน เพราะนอกจากจะทำให้ไม่อ้วนแล้วยังช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อให้มีมากกว่าไขมันทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

อ้างอิง : The Gremlin. Can Collagen make you Fat? https://www.thegremlin.co.za/2020/06/25/can-collagen-make-you-fat/