Collagen

คอลลาเจนวิตามินซี

คอลลาเจนวิตามินซี กินคู่กันแล้ว ได้ผลจริงหรือไม่ ?

วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คอลลาเจนวิตามินซี  กินคู่กันแล้วจะได้ผลเร็ว หรือ ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วจริงหรือไม่

คอลลาเจนกับวิตามินซีกินตอนไหน

คอลลาเจนกับวิตามินซีกินตอนไหน ? เจาะลึกทำไมกินคู่กันแล้วดี

วันนี้พวกเราได้รวบรวมเนื้อหาที่สำคัญ พร้อมกับมาเจาะเห็นผลกันแล้วว่า ทำไมกินคู่กันถึงดี คอลลาเจนกับวิตามินซีกินตอนไหน ติดตามได้ในบทความนี้ 

คอลลาเจนจําเป็นต้องกินไหม

คอลลาเจนจําเป็นต้องกินไหม ? ส่องประโยชน์ดี ๆ ที่ให้มากกว่าการบำรุงผิว

แม้ว่าร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แล้ว คอลลาเจนจําเป็นต้องกินไหม ? น่าจะเป็นคำถามที่หลายคนยังสงสัยกันอยู่อย่างแน่นอน

คอลลาเจนช่วยอะไร ? ทำไมต้องทาน มีความจำเป็นหรือไม่

คอลลาเจนช่วยอะไร ? เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต เมื่อมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทำงาน

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี 12 คอลลาเจนที่ดีที่สุด บำรุงผิว ชะลอแก่ หาซื้อได้ง่าย

12 คอลลาเจนที่ดีที่สุด ช่วยบำรุงผิว ชะลอแก่ หาซื้อได้ง่าย researchpeptides ได้รวบรวมมาให้กับคุณหมดแล้ว รับรองคุณภาพการันตีจากผู้ใช้จริง

เรื่องต้องรู้! พฤติกรรมอะไรที่ส่งผลให้กินคอลลาเจนแล้วไม่เห็นผล

กินคอลลาเจนแล้วไม่เห็นผล เป็นเพราะอะไร? คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือไม่ที่รู้สึกว่าได้ลงทุนเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกายผ่านการกินแล้วกลับไม่เห็นผลเท่าที่ควร นั่นอาจเป็นเพราะปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนภายในร่างกาย สารปนเปื้อนในอาหารที่รับประทาน มลพิษต่างๆ การสูบบุหรี่ รวมไปถึงอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด จะเห็นได้ว่ามีหลายๆ ปัจจัยด้วยกันเป็นเรื่องใกล้ตัวทั้งนั้น รวมไปถึงเหตุที่ว่าการกินคอลลาเจนแล้วไม่เห็นผลนั้นอาจเกิดจากพฤติกรรมของตัวคุณเองด้วย พฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมอันตรายต่อคอลลาเจนที่คุณกินเสริมเข้าไปเป็นเหตุให้คอลลาเจนเสื่อมสลายได้ ซึ่งได้แก่  การแสดงสีหน้าท่าทาง รวมถึงความเครียด การแสดงสีหน้าทางหน้าตาต่างๆ เช่น การยิ้ม หรี่ตารวมถึง การทำหน้าบึ้ง ขมวดคิ้ว จากความเครียด ล้วนส่งผลเสียต่อคอลลาเจน เพราะทำให้ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ เป็นร่องลึก เช่น รอยตีนกาบนใบหน้า ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลต่อคอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น  การเผชิญกับมลพิษบ่อยครั้ง ปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจนนั้นเกิดจากมลพิษต่างๆ โดยเฉพาะแสงแดด โดยอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดดเป็นต้นเหตุสำคัญของผิวเสีย ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยและแห้งกร้าน  การกินคอลลาเจนแล้วหวังผลให้ผิวขาว การกินคอลลาเจนล้วนๆ ไม่ได้ช่วยให้ขาว เนื่องจากคอลลาเจนจะช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นของผิว ทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นแต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวพรรณขาวขึ้นโดยตรง หากเข้าใจว่าการกินคอลลาเจนแล้วช่วยให้ผิวขาวโดยตรงนั้นคุณคิดผิด!  การเลือกกินคอลลาเจนที่ไม่ได้คุณภาพ หลายคนมองข้ามความสำคัญในการเลือกแหล่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยอาจไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนในยุคแรกๆ ที่มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เช่น เรื่องของโมเลกุลที่ยังดูดซึมได้ยาก เมื่อดูดซึมได้ยากก็ย่อมไม่เห็นผลอย่างที่อยากจะให้เป็น แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจะมีกระบวนการสกัดที่ทันสมัย สามารถสกัดคอลลาเจนที่มีกลิ่นลดลงจนรับประทานง่าย รวมถึงมีขนาดโมเลกุลที่เล็กลง เพื่อให้ง่ายต่อการดูดซึม  การกินคอลลาเจนที่ไม่ต่อเนื่องเพียงพอ โดยทั่วไประยะเวลาที่เริ่มเห็นผลต่อผิวที่ชัดเจนสำหรับคอลลาเจนนั้นจะอยู่ที่ …

เรื่องต้องรู้! พฤติกรรมอะไรที่ส่งผลให้กินคอลลาเจนแล้วไม่เห็นผล Read More »

คอลลาเจน Tripeptide, Dipeptide, Peptide ต่างกันอย่างไร

คอลลาเจน Tripeptide, Dipeptide, Peptide ต่างกันอย่างไร ถ้าคุณสังเกตดี ๆ เวลาเลือกซื้อคอลลาเจน บนฉลากมักมีคำว่า Tripeptide, Dipeptide, Peptide ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์อาจจะมีเพียง 1 คำ หรือ มากกว่า 2 คำรวมกันก็ได้ แต่คุณรู้ไหมว่ามันสำคัญอย่างไร ถ้ายังไม่แน่ใจว่ามันต่างกันอย่างไร เริ่มง่าย ๆ ที่ศึกษาบทความของเรา เราจะพาคุณไปหาความหมาย เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง คอลลาเจนไตรเปปไทด์, ไดเปปไทด์ และเปปไทด์ คอลลาเจนเปปไทด์ (Peptide) ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายช้าที่สุด เพราะมีขนาดโมเลกุลใหญ่ ถึง 2,000 ดาลตัน คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Tripeptide) ดูดซึมเข้าสู่ได้ร่างกายได้ปานกลาง เพราะมีขนาดโมเลกุลประมาณ 1,500 ดาลตัน คอลลาเจนไดเปปไทด์ (Dipeptide) ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว ละลายในน้ำได้ดี เพราะมีโมเลกุลเฉลี่ยเล็กมากเพียง 200 ดาลตัน สรุป ประเภทคอลลาเจน ทั้ง 3 ชนิด แตกต่างกันที่ประสิทธิภาพในการดูดซึม …

คอลลาเจน Tripeptide, Dipeptide, Peptide ต่างกันอย่างไร Read More »

ร่างกายต้องการคอลลาเจนเท่าไหร่

ร่างกายต้องการคอลลาเจนเท่าไหร่ ยิ่งอายุมากร่างกายก็ผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง นี่คือความจริงที่ว่าต่อให้คุณดูแลและใส่ใจสุขภาพดีแค่ไหน ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาการสลายตัวของ “คอลลาเจน” เมื่ออายุที่เพิ่มขึ้นได้ การใช้ตัวช่วยอย่างผลิตภัณฑ์ คอลลาเจนแบบเม็ด และ คอลลาเจนแบบผง จึงเป็นวิธีที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลาย เมื่อไม่อยากให้ผิวพรรณดูโรยราตามอายุ ก็ต้องหาตัวช่วยมาดูแลตัวเอง ง่าย ๆ หาซื้อได้จากแบบออนไลน์และออฟไลน์ แต่ควรเป็นช่องทางที่ควรเชื่อถือได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่วางขายในห้างสรรพสินค้า หรือ ร้านยา เป็นต้น แม้ว่าสรรพคุณของคอลลาเจนจะมีมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินมากแค่ไหนก็ได้ เพราะองค์การอาหารและยา ออกมาเตือนแล้วว่าให้กินเพียง 5 – 7 กรัม (5,000 – 7,000 มิลลิกรัม) ต่อวัน ก็เพียงพอ และไม่ควรเกิน 10 กรัม (10,000 มิลลิกรัม) ต่อวัน ปัจจุบันคอลลาเจนมีหลายแบบ เช่น แบบซอฟเจล, แบบเม็ด, แบบผง และมีหลายกลิ่นให้เลือกซื้อ อย่างไรก็ตามเราอยากให้คุณนึกถึงแหล่งผลิตและสถานที่ซื้อเป็นสิ่งสำคัญ และรับประทานด้วยความระมัดระวัง รับประทานตามที่ อย.กำหนด จะปลอดภัยที่สุด

คอลลาเจนเม็ด VS ผง

คอลลาเจนเม็ด VS ผง การดูดซึม แบบเม็ด : ใช้เวลาให้เม็ดหรือแคปซูลละลายประมาณ 30 นาที (ไม่ได้ดูดซึมในทันที) แบบผง : มีฤทธิ์ในการดูดซึมค่อนข้างดี ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยใช้เวลาไม่นานมากนัก ปริมาณสารอื่น ๆ ที่บรรจุ แบบเม็ด : แบบเม็ดมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณในการใส่สารสกัด แบบผง : แบบผงสามารถผสมสารอื่น ๆ ที่สกัดเข้มข้น ได้ตามความต้องการและประสิทธิภาพของอาหารเสริม คำแนะนำในการรับประทาน แบบเม็ด : ขนาดของเม็ดขึ้นอยู่กับปริมาณมิลลิกรัม ยิ่งมิลลิกรัมมากเท่าไหร่ ขนาดของเม็ดจะใหญ่มากขึ้น คอลลาเจนรูปแบบนี้ควรระมัดระวังเรื่องการสำลัก เพราะอาจทำให้ติดคอได้ แบบผง : สีและรสชาติขึ้นอยู่ในแต่ละผลิตภัณฑ์ จะไม่มีสีหรือไม่มีกลิ่นเลยก็ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสามารถชงดื่มได้กับน้ำสะอาดหรือน้ำผลไม้ที่ชอบ วิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง แบบเม็ด : คอลลาเจนแบบเม็ดสามารถเก็บรักษาได้เป็นระยะยเวลานาน ข้อดีคือสามารถป้องกันความชื้นได้ดี แบบผง : คอลลาเจนแบบผงแนะนำว่าควรเก็บใส่กระปุกพร้อมซองฟอยล์ และอย่าลืมระมัดระวังเรื่องความชื้นที่อาจเกิดขึ้นด้วย